Featured

เวียดนามใกล้ๆใครๆก็ไปได้

ทัวร์เวียดนาม
วันนี้ทัวร์ขอรับจะมาเสนอแนะสถานที่เที่ยวยอดฮิตในเวียดนาม ยืนยันว่ามองเห็นแล้วจำต้องร้องว้าวววว

ไม่ว่าจะทิวทัศน์ของธรรมชาติ ที่งาม บ้านเรือนที่มองคลาสสิค วัฒนธรรมที่ประสมประสานกันอย่างพอดีระหว่างระหว่างตะวันตกรวมทั้งทิศตะวันออก ซาขว้าง เวียดนาม.jpg เมืองซาขว้าง เป็นเมืองขอบชายแดนจีน-เวียดนาม จังหวัดลาวไก มีธรรมชาติที่สวยสดงดงาม และก็นักเดินทางจะนิยมมาดูทิวทัศน์ทิวภาพของนาขั้นบันได
ลักษณะเด่นของตรงนี้เว้นแต่ธรรมชาติที่สวยแล้ว ก็คือการสัมผัสวิถีชีวิตของชนท้องที่ ซาขว้าง เวียดนาม1.jpg เมืองกัตกัต อยู่ห่างจากเมืองซาขว้าง 3 กิโล เป็นหมู่บ้านดั้งเดิมของชาวเผ่าม้งที่ย้ายถิ่นมาจากจีน
นอกเหนือจากนั้นพวกเราก็สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวดูกลุ่มบ้ฟานและก็วิถีชีวิตของชนท้องที่ของตรงนี้ได้อีกด้วย ตลาดชาวดอยซาขว้าง.jpg ตลาดคนภูเขาซาขว้าง ตลาดนี้นับว่าเป็นสีสันหนึ่งของเมืองซาขว้าง เป็นสถานที่ที่ชาวเผ่าต่างๆนำของมาซื้อ-ขายกัน ตรงนี้จะแออัดคับแคบมากมายในวันเสาร์ และก็ของที่ขึ้นชื่อลือนามของตลาดที่นี้เป็น ข้าวเช้า หากมาตรงนี้จำต้องมาทดลอง ตลาดชาวดอยซาขว้าง1.jpg.jpg ภายหลังที่เดินดูตลาดเป็นระเบียบเรียบร้อยก้ถึงเวลาดูทิวทัศน์ของเมือง โดยขึ้นกระเช้าไฟฟ้าเพื่อขึ้นไปยังยอดดอยฟานซิปัน ซาขว้างเวียดนาม2 กระเช้าไฟฟ้าเพื่อขึ้นไปยังยอดดอยฟานซิปัน
ยอดดอยฟานซิปัน เวียดนาม ยอดดอยฟานซิปัน เมื่อพวกเรานั่งตะกร้ามาถึงแล้ว ก็จะต้องเดินทางต่อกันอีกบางส่วนก่อนจะมองเห็นอธิบายกาศที่สวยสดงดงามโดยจะต้องป่ายปีนบันไดอีก 600 ขั้น หรือคนใดที่ต้องการจะเดินก็ได้แต่ว่าจะต้องใช้เวลาเกือบจะตลอดทั้งวัน เพื่อไปถึงยอด
ฟานซิปันเป็นเทือกเขาที่มีมากที่สุดในประเทศเวียดนาม โดยได้สมญานามว่า “หลังคาที่อินโดจีน”
คนใดกันที่มาฟานสิปัน แล้วฟ้าเปิด อากาศดี นับว่าโชคดีสุดๆด้วยเหตุว่าส่วนใหญ่ฟ้าจะปิด หมอกครึ้ม
ภายหลังที่ดูประทับใจกับบรรยากาศที่สวยแล้วพวกเราก็ไปต่อที่ฮานอย โดยใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 4 ดู ฮานอย เมืองขนาดเล็กที่มีเสน่ห์ เมืองที่มีความมากมายหลายทาง วัฒนธรรม บ้านเรือนที่มีอีกทั้งความเป็นจีน ยุโรป และก็ทวีปเอเชียปนกัน มองรวมๆแล้ววมีสเน่ห์เหลมสือเกิน ><” หลุมฝังศพผู้นำ โฮจิมินห์ วีรบุรุษตลอดไปของชาวเวียดนาม คนที่รวมเวียดนามเป็นประเทศ แล้วก็ยังเป็นผู้ดำเนินรายการเอกราชให้กับประเทศเวียดนามข้างในป่าช้าบรรจุศพท่านผู้นำ ซึ่งได้กระทำการรักษาศพไว้อย่างดีเยี่ยมไม่ให้เปื่อยยุ่ย จากนั้นก็ไปต่อที่เมือง ฮาทดลอง ดินแดนที่มังกรนอนหลับ ใช้เวลาเดินทางราวๆ 4 ชั่วโมง
ขอบอกเลยว่าเพียงแค่ได้ดูบรรยากาศข้างทาง ดูวิถีชีวิตการดำรงชีวิตการกสิกรรมบาปแล้วก็ท้องนาข้าวเขียวชอุ่มก็ฟินล้าว เมื่อถึงอ่าวฮาทดลองที่เป็นเยี่ยมในมรดกของโลก ซึ่งชื่อนั้นตั้งมาจากตำนานของชาวพื้นเมืองที่มีความหมายว่า “สถานที่ ที่มังกรลงมาอยู่” ซึ่งอ่าวที่นี้มีเกาะหรือหินยื่นขึ้นมานับพัน
พวกเราก็จะได้ร่องเรือดูอ่าวฮาทดลอง รับประทานอาหารซีฟู้ด หรือพายเรือคายัก เพื่อดูทิวทัศน์ในถ้ำ หรือคนไหนกันต้องการจะดูทิวทัศน์ตะวันตกดินก็โรแมนติกสุดๆที่เป็นเยี่ยมในมรดกของโลก ซึ่งชื่อนั้นตั้งมาจากตำนานของชาวท้องถิ่นที่มีความหมายว่า “สถานที่ ที่มังกรลงมาอยู่” ซึ่งอ่าวที่นี้มีเกาะหรือหินยื่นขึ้นมานับพัน ทำให้เป็นสถานที่เที่ยวที่สวยงาม ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

ภายหลังที่ชื่มดูกับธรรมชาติไปแล้ว ผู้ใดกันแน่ต้องการจะออกช้อปปิ้งที่เมืองแก้วก็จะมีไนท์มาเก็ต ที่เป็นถนนหนทางคนเดิน อยู่ข้างถนนเส้นข้างล่างข้างหน้าตลาดแก้ว มีทุกวี่วัน มีร้านค้าขายของกินข้างถนน มีจะยานให้เช่าปั่นเล่น มีนักแสดงมารับวาดภาพเสมือน ราคาถูกราว 150 บาท
Featured

เยือนมัณฑะเลย์ เมืองที่มนต์เสน่ราชเมืองสุดท้ายของเมียนมาร์

ทัวร์พม่า
“เยี่ยมมัณฑะเลย์ เมืองที่มนต์เสน่ราชจังหวัดท้ายที่สุดของเมียนมาร์”
วันนี้พวกเราจะมาเสนอแนะสถานที่ท่องเที่ยงตรงในเมียนมาร์อีกมุมมองหนึ่งก็คือเมืองมัณฑะเลย์ มัณฑะเลย์เป็นเมืองที่มีอารายธรรมเฉพาะบุคคล เป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ที่ทำให้นักเดินทางคลั่งไคล้กระทั่งไม่ทราบลืม
มัณฑะเลย์เป็นอดีตเมืองหลวงราชบุรีท้ายที่สุดก่อนที่จะเสียประเทศให้กับการรุกรานของอังกฤษ ตรงนี้ถือเมืองใหญ่ชั้นลำดับที่สองของประเทศพม่ารองจากนครปิ้งกุ้ง ตั้งอยู่ในเขตฝั่งทิศตะวันออกของแม่น้ำอิรวดี ห่างจากปิ้งกุ้งโดยประมาณ 716 กม. และก็พระผู้เป็นเจ้าไม่นป่าทรงย้ายราชจังหวัด มาก่อตั้งเป็นเมืองหลวงราชเมืองในปี คริสต์ศักราช 2400 โดยพระผู้เป็นเจ้าไม่นป่าดง โดยตั้งชื่อตามเทือกเขามัณฑะเลย์ ที่อยู่ใกล้เคียง วงเวียนของเมืองมัณฑะเลย์
พูกาม
เป็นเมืองดั้งเดิมตั้งแต่ยุคพุทธศักราชที่ 16 เป็นเมืองที่ติดอันดับเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์ที่สวยมากมายแห่งหนึ่งของประเทศพม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งความโหฬารของเจดีย์มากมายกว่า 5,000 องค์ จนได้รับฉายานามว่าเป็นเมืองที่เจดีย์สี่พันองค์ ซึ่งเป็นลักษณะที่บอกถึงความเจริญของศาสนาพุทธในประเทศเมียนมาร์ได้อย่างดีเยี่ยมคนทั่วๆไปก็เลยเรียกเมืองประเทศพม่านี้ว่าเป็นอู่อาริยธรรมของประเทศ
เทือกเขามัณฑะเลย์ฮิลล์
เป็นจุดสำหรับชมวิวสวยและก็มีสถานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาหลักๆให้นักเดินทางได้ดู อีกทั้งมองธรรมชาติ มองทิวภาพอันงดงามที่สุด และก็สามรถยนต์มองดูเมืองมัณฑะเลย์ ได้แทบทั้งหมด สามารถแลเห็นทิวทัศน์ของเมืองมัณฑะเลย์ได้อย่างดีเยี่ยม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักเดินทางต่างพากันแวะเวียนมาสัมผัส ท่องเที่ยวดูตลอดระยะเวลา
สะพานไม้อูเบ็ง
สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก ทำขึ้นในยุคพระผู้เป็นเจ้าโบดอพญา ผลิตขึ้นเพื่อผ่านทะเลสาบ Toungthamon ระยะทางกว่า 1 กิโล ข้อดีของสะพานเเห่งนี้นอกเหนือจากที่จะเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดเเล้วนั้น สะพานอูเบ็ง ยังผลิตจากไม้สัก ที่รื้อถอนมาจากพระราชสำนัก เเห่งกรุงอังวะ
ใส่บาตรพระ
กิจกรรมยอดฮิตที่พลาดมิได้เมื่อไปเยื่อนประเทศพม่า เป็นการตักบาตรพระ ในเวลาสายๆจะมีพระประเทศพม่าเดินเข้าคิวออกมาเพื่อรับบิณฑบาตโดยใช้บาตรที่ทำมาจากไผ่สานลงรักสีดำสนิท โดยรอบๆวัดจะมีคนมาเร่ขายคอกไม้ ข้าวโพดต้ม อาหารต่างๆหรือถ้าหากไม่ได้อยากต้องการซื้อพวกเราสามารถมอบให้เงินตามกำลังเลื่อมใสได้เลย
นี่เป็นเพียงภาพบรรยากาศส่วนใดส่วนหนึ่งของเมืองมัณฑะเลย์ นอกจากนั้นประเทศพม่ายังมีสถานที่เที่ยวที่งาม รวมทั้งน่าดึงดูดอีกเยอะมากที่ยังคอยพวกเราไปสัมผัสไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต และก็วัฒนธรรมที่มีความคล้ายคลึงกับไทยพวกเรา รวมทั้งที่สำคัญใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมง คนใดกันแน่มีเวลาว่างๆก็อย่าลืมเมียนมาร์ ไม่งกะละบานะขา
Featured

เทศการสำคัญในประเทศเกาหลี

ทัวร์เกาหลี
เทศกาลสำคัญ
เทศกาลภาพยนตร์เมืองปูซาน : ตั้งแต่เดือน เดือนกันยายน-เดือนตุลาคมของทุกปี คนที่ติดอกติดใจการดูภาพยนตร์จำต้องไม่พลาดเทศกาลหนังที่ปูซานที่โรงละคร Nampo-dong รวมทั้งเวทีที่โล่งแจ้งรอบๆอ่าว Suyeongman ในเทศกาลนี้ คุณจะได้ดูภาพยนตร์กว่า 200 เรื่องจาก 60 ประเทศ รวมทั้งหนังสารคดีและก็ภาพยนตร์เคลื่อนต่างๆ
เทศกาลดอกไม้บาน (ตอนฤดูใบไม้ผลิ) :
เกาหลีไปสู่ฤดูใบไม้ผลิตั้งแต่มี.ค. ดอกไม้หลากประเภทจะมีดอกกันในเวลานี้
ดอกเรปซีดเผือดจะมีดอกไปทั่ว รอบๆ
ยิ่งกว่านั้นยังมีดอกซากุระ ดอกอาเซลเลีย ดอกฟอร์ซีเทีย แล้วก็ดอกแมคโนเลียที่กลิ่นหอมสดชื่น
เทือกเขาและก็สวนของประเทศเกาหลีจะเต็มไปด้วยสีสันต่างๆน่าดู
เทศกาลโคลนโพเรียง (Boryong
Mud festival) (ตอนหน้าร้อน) : เทศกาลโคลนโพเรียง
นี้นักเดินทางจะได้รับความสนุกจากการนวดโคลน
การเพ้นท์ร่างกายด้วยโคลนและก็อื่นๆอีก การเล่นสไลเดอร์บนโคลน การเล่นถังโคลนยักษ์
และก็โปรแกรมที่เต็มไปด้วยความสนุกแล้วก็การประลองต่างๆ
แล้วก็ของขวัญต่างๆล้นหลาม
เทศกาลระบำหน้ากากนานาประเทศอันดอง (Andong
International Mask Dance festival) (ตอนฤดูใบไม้ร่วง) :
เทศกาลระบำหน้ากากนานาประเทศอันดองจัดขึ้นริมน้ำในหมู่บ้านมีการแสดง
ระบำหน้ากากฮาโฮเป็นลักษณะเด่นรวมทั้งระบำหน้ากากของประเทศเกาหลีรวมทั้งของนอกแล้วก็ ละคร
ฮาโฮเบียวสินกุต ทัลลอรี (Hahoe Byeolsingut Tallori) ละครรำหน้าการบรรพชิตซึ่งได้มีการเล่นมากมายว่า
500 ปีในหมู่บ้านฮาโฮ
ซึ่งสวดมนตร์ขอพรเทพเทวดาผู้รักษาให้มีร่างกายแข็งแรงรวมทั้งความสงบสุขในชุมชน เพิ่มสีสันด้วยคำถากถางอันเผ็ดร้อนต่อ
บรรดาคนชั้นสูงที่คดโกงและก็พระที่กระทำผิดหรือพระที่สุรุ่ยสุร่าย
เทศกาลตกปลาน้ำแข็ง ( Icefish
festival) (ตอนหน้าหนาว) : ที่มีขึ้นเพียงแค่ปีละครั้ง
ตลอดช่วงกลางเดือนเดือนมกราคมถึงช่วงกลางเดือนเดือนกุมภาพันธ์ ท่านสามารถจับปลาตัวเป็นๆ
อีกทั้งเล็กแล้วก็ใหญ่ด้วยสองมือ หรือเช่าเครื่องใช้ไม้สอยตกปลา
ท่านสามารถที่จะเจาะน้ำแข็งเพื่อจับปลาบิงออตัวเป็นๆ
ด้วยเครื่องมือตกปลาที่มีเหยื่อหนอนตัวเล็กๆเป็นตัวล่อ กินปลาใหม่ๆแบบซาซิมิ
หรือปิ้งปลาสด หรือทอดปลาสด เดินเที่ยวบนลานน้ำแข็ง
ทัวร์ประเทศเกาหลี ราคาไม่แพง โดยบริษัททัวร์ประสิทธิภาพ
นานาประการทาง สะกดรอย ซีปรี่ย์ ประเทศเกาหลี ท่องเที่ยวประเทศเกาหลี โซล เกาะนามิ เกาะเชจู ปูซาน
ราคาออม บริการด้วยใจจริง เลือกท่องเที่ยวได้ในราคาที่พึงพอใจ ไปได้จริงทุกประเทศ
ต้องการท่องเที่ยวประเทศเกาหลี กดมองโปรแกรมทัวร์ถึงที่เหมาะรูปเลย!

5 สถานที่เที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ ที่คุณห้ามพลาดเด็ดขาด อัพเดท 2018

ประเทศเกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนประเทศไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว เนื่องด้วยใช้เวลาเดินทางไม่นานแค่เพียง 5-6 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว และยังเป็นประเทศไม่ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวอีกด้วย ถ้าเกิดจะกล่าวถึงสถานที่เที่ยวในเกาหลีนั้นในความเป็นจริงแล้วมีจำนวนมากหลายที่ โดยเหตุนั้นผู้ใดกำลังแพลนไปเที่ยวหรือกำลังตกลงใจว่าจะท่องเที่ยวประเทศไหนดี ลองตามมามอง 15 สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในเกาหลี แล้วจะต้องอยากไปเที่ยวแน่นอน

1. พระราชวังเคียงบกกุง Gyeongbokgung Palace
พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่า “ราชสำนักคยองบกกุง” เป็นทั้งยังสัญญลักษณ์รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโซล วังที่มีขนาดใหญ่รวมทั้งโบราณที่สุดในกรุงโซล สร้างขึ้นในปี 1394 ในสมัยพระผู้เป็นเจ้าแทโจ ราชวงศ์โชชอน แต่เดิมนั้นข้างในพระราชสำนักมีตึกและวังต่างๆมากยิ่งกว่า 200 หลัง แต่เมื่อมีการรุกรานของญี่ปุ่น อาคารจำนวนมากก็ได้ถูกทำลายลงเหลืออยู่เพียง 10 ข้างหลังแค่นั้น

2. เกาะนามิ สุดโรแมนตำหนิค Namiseom Island
เกาะนามิมีสาเหตุจากผลการกั้นน้ำเพื่อสร้างเขื่อน มีพื้นที่โดยประมาณ 270 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว บนเกาะนี้มีชื่อในหมู่คนประเทศเกาหลีมานานเหตุเพราะมีธรรมชาติที่สวยสดงดงามยังมีสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่ตามธรรมชาติดังเช่นว่า กระรอก กระแต นก หงส์ ห่าน รวมทั้งนกกระจอกเทศด้วย แล้วก็ที่นี่จะนำสายไฟลงใต้ดินทั้งผอง เพียงรักษาความยุติธรรมชาติเอาไว้ โดยขณะที่มีนักท่องเที่ยวมาสูงที่สุดจะเป็นตอนฤดูใบไม้ร่วง เนื่องจากว่าต้นไม้เยอะแยะตรงนี้จะเปลี่ยนสีเหลือง สีแดง สีส้ม โดยเฉพาะฟุตบาทใต้ต้นแปะก๊วยที่จะแปลงใบเป็นสีเหลืองสดงามมากมาย แต่ว่าตรงนี้คนจะเยอะแยะตลอดทุกฤดู

3. ทางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station
ทางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station เป็นหนึ่งในจุดดูซากุระที่งามอันดับที่หนึ่งของเกาหลีเลยก็ว่าได้ โดยสามารถมองเห็นรถไฟที่วิ่งมาหยุดที่สถานีกับวิวอุโมงค์ดอกซากุระที่เรียงรายกันอยู่เต็มทั้งสองข้างทางในตอนราวๆต้นเดือนเมษายน สถานีรถไฟคยองฮวาที่นี้เป็นสถานีเล็กๆที่อยู่ที่เมืองจินแฮ (Jinhae) จังหวัดเคียงซังนัมโด (Gyeongsangnam-do) ได้มีการยกเลิกการใช้แรงงานไปแล้วตั้งแต่ปี 2015 แต่จะเปิดให้รถไฟวิ่งเฉพาะในช่วงเทศกาล Jinhae Gunhangje Festival ซึ่งเป็นเทศกาลชมดอกซากุระที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ของเมืองจินแฮ แม้กระนั้นรถไฟนั้นจะไม่ได้มาหยุดที่สถานี เพียงใช้เป็นทางผ่านไปยังสถานีอื่นๆ

4. อุโมงค์ซากุระ คลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream
อุโมงค์ซากุระ คลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream เป็นเยี่ยมในจุดที่เป็นที่รู้จักสูงที่สุดสำหรับการดูดอกซากะของเมืองจินแฮ เริ่มเป็นที่รู้จักกันภายหลังจากซีรีย์เรื่อง Romance กระจายเสียงเมื่อปี 2002 ซึ่งใช้คลองแห่งนี้เป็นฉากสำหรับเพื่อการถ่ายทำ ดังจนกระทั่งมีชื่อเรียกสะพานที่ใช้ผ่านลำคลองตามชื่อซีรีย์ซึ่งก็คือ Ramance Bridge

ในทุกๆม.ย.ของทุกปีซึ่งเป็นตอนๆที่มีเทศกาลดูดอกซากุระ ที่ลำคลองแห่งนี้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาดูความสวยสดงดงามของดอกซากุระ สามารถเดินเล่นได้ทั้งด้านบนสะพานและด้านล่างซึ่งจะมีทางเท้ายาวตลอดแนวเรียบไปกับคลองน้ำ แล้วก็ยังมีดอกเรปซีดซึ่งเป็นดอกไม้ต้นเล็กมีดอกสีเหลืองบานพร้อมซากุระอีกด้วย แต่ละปีก็จะมีการแต่งแต้มตกแต่งบริเวณลำคลองในตอนที่จัดงานเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นการนำร่มที่สีสันสดใสมาแขวนไว้หรือจะเป็นโคมรูปหัวใจน่ารักน่าเอ็นดูๆและในตอนช่วงเวลาค่ำคืนก็จะเปิดไฟประดับประดาสวยมากมาย

5. เขตช้อปปิ้งเมียงป่า หรือ มยองป่า
เขตช้อปปิ้งเมียงป่าดง หรือ มยองป่าดง (Myeong-dong) ตั้งอยู่ศูนย์กลางกรุงโซล เป็นเขตช้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมรวมทั้งคักคักที่สุดของกรุงโซล ล่อใจนักเดินทางได้มากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน ทั้งยังยังสามารถเดินทางได้สะดวก นับว่าเป็นศูนย์กลางของการบ้านการเมือง เศรษฐกิจ แล้วก็วัฒนธรรมอย่างยิ่งจริงๆ ภายในตลาดเมียงป่าเต็มไปด้วยร้านรวง แล้วก็ห้องอาหารนับไม่ถ้วน เป็นเลิศในสถานที่ยอดฮิตของนักเดินทางและนักช้อป

ห้าง
ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ห้างลอตเต้(Lotte) กับห้างชินเซแก(Shinsegae) ส่วนร้านค้าอื่นๆก็ตั้งอยู่ทุกซอกมุม รวมถึงแผงลอยริมถนนที่จัดจำหน่ายเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องแต่งหน้า ผลิตภัณฑ์อื่นๆในราคาไม่แพง และก็ของหวานแสนอร่อย โดยเถ้าแก่ส่วนใหญ่สามารถกล่าวภาษาอังกฤษ ประเทศญี่ปุ่น จีน และก็ไทยได้

เป็นอย่างไรกันบ้าง 5 สถานที่เด็ดไหม สามารถติดตามดูการจัดสถานที่เที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีอีกเพียบเลยจริงๆประเทศนี้เที่ยวยังไงก็ไปไม่หมดกล้วยๆหวังว่าเพื่อนๆคงถูกใจ รวมทั้งติดตามบทความของเรา คนไหนชอบใจได้โปรดกรุณาแชร์ให้เพื่อนๆได้อ่านกันด้วยนะ แล้วเจอกันตอนใหม่

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เกาหลี

5 สถานที่เที่ยวในประเทศพม่าที่คุณจำต้องไป ไม่ใช่แค่การไปไหว้พระ อัพเดท 2018

หากพูดถึง ประเทศพม่า เพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากประเทศไทย โดยมากผู้คนจำนวนมากมักนึกถึงการไปไหว้พระเท่านั้น แต่ว่าเรื่องจริงพม่า ยังมีสถานที่เที่ยวน่าสนใจหลายสไตล์ ที่มีค่าแก่การไปสัมผัสสักหนึ่งครั้ง วันนี้พวกเราเก็บรวบรวม 5 สถานที่เที่ยวพม่า นอกเหนือจากการไหว้พระ มาให้ทุกคนรู้จัก จะมีที่แห่งใดบ้างนั้น มาดูกันเลย

1. เมืองพม่า สมุทรเจดีย์แล้วก็วิถีชีวิตแบบพม่าๆ
ถือเป็นโชคดีของชาวประเทศพม่า ที่ศาสนาพุทธเจริญก้าวหน้าถึงระดับสูงสุดเช่นเดียวกันในขณะนั้น ทำให้พระเจ้าอโนรธามังช่อรับเอาศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ พระองค์สร้างเจดีย์แห่งแรกขึ้น ชื่อ “เจดีย์ชเวซีโกน” แล้วกษัตริย์รุ่นต่อๆมา รวมทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รวมทั้งผู้มีอันจะกินทั้งหลายในพุกามก็ระดมสร้างวัด สร้างเจดีย์กันเต็มพื้นที่ไปหมด อาจเนื่องจากความเลื่อมใสที่ว่า ยิ่งเล่นใหญ่ เอ๊ย!! ยิ่งสร้างวัดใหญ่มโหฬารเท่าใด ยิ่งได้บุญกุศลบารมีมากเท่านั้น

อาณาจักรพุกามเคยเจริญรุ่งเรืองขนาดไหนพวกเราอาจจะไม่ต้องบรรยาย เนื่องจากแทบ 1,000 ปีที่ผ่านมาทุกสิ่งได้พิสูจน์ตนเองไปเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ตัวเราต่างหากที่ต้องมาพิสูจน์ความใหญ่โตนั้นด้วยตาของเราเอง จากเจดีย์กว่า 4,446 องค์ วันนี้เหลือเพียงแค่ 2,200 กว่าองค์ ไม่รีบมาดูซะวันนี้ก็ไม่รู้ว่าอีกหน่อยจะเหลือให้มองแค่ไหน

2. ตะลุยสวนน้ำ Yangon Water Boom
ถ้าโลกนี้มันร้อนนัก ก็ไปพักเล่นน้ำกันที่สวนน้ำ Yangon Water Boom กันดีกว่า! สถานที่เที่ยวในเมียนมาร์ อีกแห่งที่ต้องการชวนคุณมาคลายร้อน โดยสวนน้ำ Yangon Water Boom นับว่าเป็นสวนน้ำแห่งแรกของพม่า ตั้งอยู่ในเมืองย่างกุ้ง ตรงนี้คุณจะได้เจอกับสไลด์เดอร์สุดเยี่ยมสุดยอด ทั้งยัง “Free Fall Slides” หวาดเสียวกับสไลด์เดอร์ที่มีความสูงถึง 15 เมตร! ให้ท่านไหลลื่นลงมาด้วยความเร็วกว่า 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง เรียกว่าเสียวกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว หรือจะเป็น “Python” ให้คุณรวมทั้งเพื่อนฝูงๆนั่งสไลด์เดอร์ไปสนุกด้วยกัน ผ่านท่อสีเขียวที่คดไปคดมา ยาวกว่า 60 เมตร! นอกนั้นยังมีโซนสำหรับหนูน้อยอย่าง “Kiddy pool” สนามเด็กเล่นที่ให้น้องๆได้ชุ่มฉ่ำกับสายน้ำเย็น พร้อมบริการสิ่งอำนวยความสะดวกอีกทั้งล็อกเกอร์ บังกะโล ซาลอน ห้องอาหาร ร้านขายของของที่ระลึก อย่างครบถ้วน หนีร้อนไปสนุกกับสวนน้ำในย่างกุ้งกันดีกว่า

3. ท่องเที่ยวสะพานอูเบ็ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก!
สะพานไม้ดั้งเดิม ที่แก่กว่า 200 ปี ทอดยาวด้วยความยาว 1,200 เมตร ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน สร้างด้วยไม้ปริมาณพันกว่าต้น เราสามารถเดินดูสะพานไม้ไปเรื่อยๆได้ แล้วก็ยิ่งตอนที่พระอาทิตย์กำลังจะตกลงน้ำ(ดิน) บรรยากาศบริเวณรอบๆสะพาน จะมองเห็นได้ว่าแสงพระอาทิตย์แวววาวกับสายน้ำ นอกเหนือจากการที่จะได้ชมความสวยของตะวันขึ้นแล้วก็ตกแล้ว ยังได้มองเห็นวิถีชีวิตของคนภรรยานมาด้วย เป็นประสบการณ์ที่สุดตราตรึงใจกันเลยทีเดียว

ของร้านค้าขายน้ำดื่ม ขายอาหารบนเกาะ ดูพระอาทิตย์ตกในทะเลสาบ แถมมีปลารวมทั้งกุ้งสดๆจากทะเลสาบ ให้ได้ลิ้มชิมรส นั่งพักผ่อนสบายๆแล้วรอชมพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย แนวทางสุดท้ายเป็นวิธีที่เสียตังต่ำที่สุด คือ สามารถยืนชมทิวทัศน์บนสะพานได้เลย ได้สัมผัสบรรยากาศไปอีกคนละแบบจ้า

4. ทะเลสาบอินเล ทะเลสาบน้ำจืด และวิถีชีวิตคนอินเล
ทะเลสาบอินเล ตั้งอยู่กลางประเทศพม่าเลยก็ว่าได้ ทะเลสาบอินเลอยู่ในเมือง Nyaung Shwe เมืองเล็กๆที่ประชาชนดำเนินชีวิตท่ามกลางทะลสาบ .. หื้มมม? คือประชาชนเค้าก่อสร้างบ้านและก็พักอาศัยกันในทะเลสาบเลยแกรเอ้ยยย ต่อนี้ไปเนี่ย แน่นอนการดำรงชีพและก็การเพาะปลูกหรือเกษตรกรรมของเค้าต้องเกี่ยวกับทางเรือ ยกตัวอย่างเช่น การปลูกมะเขือเทศบนสวนลอยน้ำ การสร้างบ้านแบบเสาค้ำกลางน้ำ รวมทั้งยานพาหนะจำเป็นจะต้องอย่างเรือ ที่แน่ๆมีจอดอยู่ทุกบ้าน แล้วที่สุดของทะเลสาบอินเลคือความสามารถพิเศษของชาวอินติดอยู่เนี่ยแหละ การพายเรือด้วยเท้าฝ่ายเดียวสำหรับการเดินทางรวมทั้งจับสัตว์ในน้ำที่ไม่มีใครเหมือนในโลก ดังมากมายเว้ย ดังกระทั่งตรงนี้เป็นอีกเป้าหมายนึงที่นักเดินทางจำต้องมาดูเลยล่ะ รู้อย่างงี้แล้วตามไปเลยสิจ้าา

5. สัมผัสเกาะหัวใจมรกต ที่สมุทรเมียนมาร์.
เกาะค๊อกคอม เกาะหัวใจมรกต (Cocks Comb) เป็นเกาะที่อยู่ในทะเลอันดามัน ซึ่งอยู่ห่างจากริมฝั่งจังหวัดระนองแค่เพียงราวๆ 81.2 กม.แค่นั้น เกาะที่นี้มีลักษณะเป็นเกาะหินปูน ไม่มีชายหาด มีช่องว่างอยู่กึ่งกลางเกาะ คล้ายกับปากปล่องภูเขาไฟ มีช่องเล็กๆให้น้ำทะเลเข้าไปได้ ถ้าหากมองดูจากมุมสูงจะมีความเห็นว่าช่องตรงกลางนี้มีรูปร่างคล้ายกับรูปหัวใจ เมื่อมีน้ำสมุทรสีฟ้าอมเขียวใสแจ๋วเข้าไปในนั้น เพิ่มเติมกับรอบๆรอบปากปล่องมีต้นไม้สีเขียวขจี ทำให้รูปร่างหัวใจนี้เห็นเด่นชัด จนได้รับการตั้งชื่อจากคนประเทศไทยว่าเป็น “เกาะหัวใจมรกต” ซึ่งชาวต่างชาติจะรู้จักกันในนาม “Hidden Lagoon”

มองเห็นไหมล่ะว่า การไปท่องเที่ยวเมียนมาร์ ก็มิได้มีแต่การไปไหว้พระ หรือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สิ่งเดียวเพียงแค่นั้น ประเทศพม่ายังมีแหล่งธรรมชาติสวยๆอีกเพียบเลย โดนใจคนถูกใจเที่ยวชิลล์ๆสไตล์สโลว์ไลฟ์ ถ้าได้โอกาสทดลองไปเปิดมุมมองใหม่ให้การท่องเที่ยวพม่ากว้างขึ้นกว่าเดิม

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

5 ยอดเยี่ยมสถานที่ท่องเที่ยวในเวียดนามที่คุณต้องไป อัพเดท 2018

เมื่อเอ๋ยถึงเวียดนามใครๆก็ชอบนึกถึง โฮจิมินห์ เมืองหลวงทางตอนใต้ แต่รู้ไหมมีสถานที่เที่ยวใหม่ๆน่าสนใจอีกมากมายในเวียดนามที่เดี๋ยวนี้กำลังเป็นกระแสอย่างมากๆที่คุณไปเวียดนามจำเป็นต้องไม่พลาด พวกเรามาอัพเดทกันวันท่องเที่ยวเวียดนามทั้งทีจำต้องสุดๆ5 สถานที่ที่แหน่งใดกันบ้าง เริ่มกันเลย

1. เที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang)
บานาฮิลล์ เป็น โรงแรม บนยอดดอย อยู่ห่างจากเมืองดานังราว 40 กิโล ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 40-50 นาที ส่วนประวัติความเป็นมา เทือกเขาบานา เคยเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวพักผ่อนมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยด้านบนเป็นบ้านพักและก็โฮเต็ลของชาวฝรั่งเศสสมัยเป็นเจ้าอาณานิคมตั้งแต่ปี 1919 ข้างหลังสงครามชาวประเทศฝรั่งเศสพ่ายกลับประเทศไป บานาฮิลล์ถูกทิ้งร้างอยู่นับเป็นเวลาหลายปี จนตราบเท่าถูกกลับมาซ่อมเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกรอบในปี 2009 ซึ่งมีการสร้างตะกร้าลอยฟ้า 5,801 เมตร ที่ใช้เวลาถึง 50 นาทีสำหรับเพื่อการนั่งกระเช้าจากข้างล่างขึ้นไปด้านบน ค่าใช้จ่ายสำหรับในการก่อสร้างเคเบิลคาร์ระยะแรกมีมูลค่า 17.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมทั้งตอนที่สร้างต่อเพิ่มไปถึงยอดดอย มีมูลค่า 5.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ดังนี้ บานาฮิลล์ ถูกทำขึ้นตามมาตรฐานยุโรปโดยบริษัทที่มีชื่อจากออสเตรเลีย เครื่องไม้เครื่องมือรวมทั้งเครื่องจักรนำเข้าจากยุโรป ตลอดทางประกอบไปด้วยเสา 24 ต้น มีทั้งผอง 94 เคบิน กระเช้ามีทั้งแบบเปิดเตียนโอเพ่นเครื่องปรับอากาศกับแบบห้องกระจก แต่ละเคบินบรรทุกผู้โดยสารได้ 10 คน ภายในหนึ่งชั่วโมงสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 1,500 คน

2.ท่องเที่ยวถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves)
เวียดนาม เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์ หรือแม้กระทั่งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงามและน่ามาเยือนมากมายแห่งหนึ่งของโลก และวันนี้เราจะขอแนะนำสถานที่เที่ยวที่มีความสวยงาม และความประทับใจ

โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อของอุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่างหมายถึงถ้ำฟองญา (Phong Nha Cave) เป็นต้นเกิดของแม่น้ำซอน (Son River) ที่สะสมน้ำจากใต้ดินไหลรวมกันมาจากข้างในถ้ำ รวมทั้งได้รับการยินยอมรับจาก นักสำรวจถ้ำทั่วโลกว่า เป็นถ้ำลำดับหนึ่งของโลก เหตุเพราะเป็นเจ้าของสถิติถึง 4 รายการดังเช่นว่า น้ำลอดยาวที่สุดในโลก, โถงถ้ำเยอะที่สุด ยาวที่สุด แล้วก็กว้างที่สุด

“อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง” (Phong Nha-Ke Bang National Park) คืออีกหนึ่งจุดหมายด้านการท่องเที่ยวที่น่ามาเยือนมากแห่งหนึ่งของประเทศเวียดนาม เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นทางธรรมชาติและทางธรรีวิทยา ที่มีพัฒนาการมาตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง (หรือประมาณ 400 ล้านปี) โน่นก็เลยทำให้สวนที่นี้มีทำเลที่ตั้งแบบหินปูนที่โบราณที่สุดในเอเซีย อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง ตั้งอยู่ในอำเภอโบ๊จะ (Bo Trach) และก็อำเภอมิญหวา (Minh Hoa) ในเขตจังหวัดกว๋างบิ่ญ (Quang Binh) และก็ติดชายแดนประเทศลาว ห่างจากกรุงฮานอยมาทางด้านใตนราว 500 กม. ข้างในเขตอุทยานมีกรุ๊ปหินปูนมีขนาดพื้นที่ 857.54 ตารางกิโลเมตร อุทยานนี้โด่งดังในความงดงามของถ้ำที่มีอยู่เยอะๆ แล้วก็ยังเป็นสถานที่ 1 ใน 2 ของโลกที่เป็นหินปูนที่มีสายธารใต้ดินขนาดใหญ่

3.ท่องเที่ยวอ่าวฮาลอง (Ha Long Bay)
ฮาลองเบย์ หรือ อ่าวฮาทดลอง คือสถานที่เที่ยวสำคัญอีกแห่งในประเทศเวียดนามที่ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนไม่สมควรพลาดชม โดยตรงนี้ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากหน่วยงานยูเนสโกด้วยเหตุว่ามีความสวยของธรรมชาติมากไม่น้อยเลยทีเดียว

ฮาทดลองเบย์ เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย เมืองฮาทดลองตั้งอยู่ทางทางเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อยู่ภายในเขตพื้นที่จังหวัดกว่างนิงห์ ไม่ไกลจากกรุงฮานอยเมืองหลวง โดยห่างออกไปทางตะวันออกราว 170 กม. และก็อยู่ใกล้กับประเทศจีน ฮาลองเบย์ มีพื้นที่ทั้งหมด 1,500 ตารางกิโลเมตร มีชายฝั่งยาว 120 กิโลเมตร มีเกาะหินปูนปริมาณ 1,969 เกาะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวสมุทร บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความงามซุกซ่อนอยู่

สำหรับประวัติความเป็นมา ฮาลองเบย์ มีชื่อตามการออกเสียงในภาษาเวียดนามว่า Vinh Ha Long คือ อ่าวมังกรผู้ดำตรง ตามตำนานประชาชนเวียดนามบอกกันว่า ในอดีตที่ชาวเวียดนามกำลังทำศึกกับจีน เทพเทวดาได้ส่งกองทัพมังกรลงมาช่วยเหลือ ซึ่งต่อมามังกรพวกนี้ได้ดำดิ่งลงสู่ท้องทะเลรอบๆอ่าวฮาทดลอง ทำให้มีเพชรนิลจินดาและก็หชูพุ่งกระเด็นออกมาแปลงเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจายตัวเป็นเกราะคุ้มครองผู้บุกรุก รวมทั้งบางตำนานกล่าวถึงสัตว์โบราณที่ชื่อว่า Tarasque ซึ่งมั่นใจว่าอาศัยอยู่ที่รอบๆตูดอ่าว

4.เที่ยวเมืองซาปา ที่นาข้าวบนเขา (Sa Pa)
ซาปา คือเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากที่มีเสน่ห์มากที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศเวียดนาม ด้วยภูมิประเทศอันสวยสดงดงามที่ห้อมล้อมไปด้วยยอดเขาจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลังคาโลกอินโดจีน ส่วนอากาศหนาวเย็นแทบทั้งปีทำให้ตอนเช้าของตรงนี้มีไอหมอกปกคลุมสวย ในแต่ละปี ซาขว้าง ก็เลยดึงดูดนักเดินทางจากทั่วทั้งโลกให้แวะเวียนมาเที่ยวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ในส่วนของประวัติความเป็นมา ซาขว้าง คือเมืองเล็กๆที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศเริ่มเดินทางมาพักตั้งแต่ยุคที่ประเทศฝรั่งเศสยังปกครองประเทศเวียดนาม โดยชาวตะวันตกประทับใจที่นี่เพราะว่าอากาศดีและเงียบสงบ ต่อมาซาปาก็เลยโด่งดังรวมทั้งเป็นที่นิยมจากนักท่องเที่ยวมากเพิ่มขึ้นจนถึงมีนักท่องเที่ยวมาเยือนหลายหมื่นคนต่อปี

5.ท่องเที่ยวหมุยแหน ภูเขาทรายสองสี (The Sand Dunes of Mui Ne)
นักเดินทางที่เดินทางมายังที่ที่นี้ยืนยันได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทรายเนื่องจากภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่หลายคนรู้จักดีกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่แล้วก็อยู่ชิดกับชายทะเล ก็เลยมีแดดรวมทั้งลมที่แรงมากทีเดียว ตรงนี้มีเนินทรายอยู่ 2 ที่ คือ เทือกเขาทรายขาวแล้วก็เทือกเขาทรายแดง ซึ่งเทือกเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang รวมทั้งมีห้องอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักเดินทางด้วยสำหรับเทือกเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แม้กระนั้นเป็นที่ชื่นชอบมากยิ่งกว่าในสายตาของตากล้อง เหตุเพราะสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายภาพออกมาแล้วสีงามกว่าที่ภูเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิตเป็นการเล่นกระดานเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาด้านล่างซึ่งเครื่องมือสำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านที่ตั้งอยู่ใกล้ๆภูเขาทราย

ข้อมูลอื่นๆ : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ขณะที่ดีเยี่ยมที่สุดในการมาเที่ยวเป็น เวลาเช้าหรือไม่ก็ช่วงเวลาเย็น เนื่องจากตอนกลางวันถึงตอนบ่ายนั้นอากาศรวมทั้งแดดจัดมากมาย
เป็นไงบ้างค่ะ สำหรับสถานที่เที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีอีกทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ เรียกได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้สัญจรท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่นอน ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมถึงค่ายังชีพก็ไม่แพงอีกด้วยจ้ะ

ภูเขาทรายสองสีที่หมุยแหน นักเดินทางที่เดินทางมายังที่แห่งนี้รับประกันได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทราย เนื่องจากภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่หลายคนคุ้นเคยกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่แล้วก็อยู่ติดกับริมทะเล จึงมีแดดและก็ลมที่แรงมากมายทีเดียว ตรงนี้มีเนินทรายอยู่ 2 แห่ง คือ เทือกเขาทรายขาวรวมทั้งเทือกเขาทรายแดง ซึ่งเทือกเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang และก็มีร้านอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย สำหรับภูเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แม้กระนั้นเป็นที่ชื่นชอบมากกว่าในสายตาของคนถ่ายรูป เนื่องมาจากสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายภาพออกมาแล้วสีสวยกว่าที่ภูเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิต คือ การเล่นกระดานเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาข้างล่าง ซึ่งอุปกรณ์สำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านที่ตั้งอยู่ใกล้ๆภูเขาทราย

ข้อมูลเพิ่มเติม : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แม้กระนั้นช่วงเวลาที่เยี่ยมที่สุดสำหรับในการมาเที่ยวเป็นตอนเวลาเช้าหรือไม่ก็ช่วงเย็นเพราะว่าตอนกลางวันถึงช่วงบ่ายนั้นอากาศและแดดจัดมากมาย
เป็นไงบ้างค่ะ สำหรับสถานที่เที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีทั้งยังสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางธรรมชาติและก็ประวัติศาสตร์ เรียกได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้เดินทางท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่ๆ ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมถึงค่าครองชีพก็ไม่แพงอีกด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เวียดนาม